5g เทคโนโลยีการสื่อสารกับการสร้างอนาคต

5g

5g คือคลื่นสัญญาณรูปแบบใหม่ที่มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะ5g จะไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณเน็ตที่แรงขึ้นเฉย ๆ เพียงอย่างเดียว แต่คือเทคโนโลยีที่ครอบคลุมการใช้งานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นเสาไฟอัจฉริยะ เครื่องมือตรวจสุขภาพ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ จึงคาดการณ์ว่า 5g จะกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้ในที่สุด

  1. สามารถเติมความเร็วให้ชีวิตได้ เพราะ 5g มีความรวดเร็วในการทำงานค่อนข้างมาก สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วกว่า 4G ถึง 24 เท่า จึงสามารถดาวน์โหลดไฟล์หนังขนาดใหญ่ระดับ 4K และ 8K ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ช่วย
    ให้การสืบหาข้อมูลต่าง ๆ บน Mobile Internet ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที และรองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น
  2. เพิ่มศักยภาพในการใช้งานเทคโนโลยี เนื่องจาก 5gสามารถตอบสนองได้รวดเร็ว ในเวลาที่น้อยกว่า 0.001 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วมาก และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแม่นยำ
    สูง และลดความผิดพลาดได้ ยกตัวอย่าง เช่น การผ่าตัดแบบระยะไกล รถยนต์ไร้คนขับ ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือระบบควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อในวงกว้าง และความรวดเร็วสูง โดย 5g คือตัวเชื่อมต่อในการทำงาน ช่วยให้งานมีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพยิ่งขึ้น ลดปัญหาระบบล่าช้า หรือเน็ตล่มได้
  3. เพิ่มการเชื่อมต่อในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5gสามารถรองรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากถึง 200,000-1,000,000 เครื่อง ต่อ ตร.กม. หรือมากกว่า 4G ถึง 1,000 เท่า จึงเหมาะสำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง
    คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ระบบเซนเซอร์ หรือนำไปใช้ในระบบอัจฉริยะอื่น ๆ ได้ ตัวอย่างเช่นการสั่งการผ่านระบบเสียง หรืออุปกรณ์ที่ควบคุมการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน เช่น หลอดไฟ loT ที่เปิด – ปิดได้อย่างอัตโนมัติ กล้องวงจรปิด หรือระบบล็อกประตูอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยี 5gได้ช่วยให้กสนใช้งานเจ้าอุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพ และความเสถียรมากขึ้น
5g

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/vectors/สื่อสังคม-การเชื่อมต่อ-เครือข่าย-3846597/

   ตัวอย่างบริษัทชั้นนำที่มีการนำ 5g มาใช้งานที่มากกว่าการสื่อสาร

  1. Bright Machines เป็นธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ และผู้ผลิตหุ่นยนต์ ได้นำเครือข่าย 5g มาใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ซิมุเลชัน ในการจำลองการตั้งค่าไลน์เพื่อประกอบหุ่นยนต์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จากผลการทดสอบที่โรงงานใน
    อเมริกาเหนือ พบว่าการนำ 5gมาใช้สามารถลด Part Per Million (PPM) ลงได้ 88% ช่วยลดระยะเวลาการผลิตลง 33% ต่อหนึ่งชิ้นงาน และลดจำนวนพนักงานที่ต้องใช้ในสายการผลิตได้ 50%
  2. Delair ผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนสัญชาติฝรั่งเศส ที่ได้เปลี่ยนข้อมูลทางกายภาพให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ซึ่งประสบความสำเร็จในการลดความเสี่ยงเพื่อรับส่งภาพวีดิโอแบบเรียลไทม์ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบิน และเพิ่มผลผลิตได้
  3.  Nokia เดิมที่โรงงานโนเกียในเมืองโอลู ประเทศฟินแลนด์ ได้ใช้สายแลน (Lan Cable) ในการเชื่อมต่อเครื่องจักรกลเข้าด้วยกัน ซึ่งเมื่อต้องการปรับเปลี่ยนสายการผลิต ก็จะเกิดค่าใช้จ่ายในการเดินสายใหม่ทุกครั้ง ทาง Nokia จึงนำคุณสมบัติของ 5gมาใช้กับหุ่นยนต์ลำเลียง กลายเป็นระบบลำเลียงวัสดุแบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถขนถ่ายชิ้นงานระหว่างสายการผลิตได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์
  4. Starsky Robotics เป๋นผู้พัฒนารถบรรทุกแบบไร้คนขับ ซึ่งนำเทคโนโลยี 5gมาเชื่อมต่อระหว่างรถบรรทุก คลังพัสดุ และระบบขนส่งทางด่วนเข้าด้วยกัน พบว่าสามารถช่วยลดความเครียด และภาระของคนขับ โดยการให้คนขับรถสามารถทำการควบคุมรถบรรทุกจากในออฟฟิศแทนการขับรถ ซึ่งเป็นวิธีการที่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ และลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าของคนขับได้ดี
  5.  Airobotics เป็นผู้ผลิตโดรนเพื่อการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ได้นำเทคโนโลยี 5gมาผนวกกับการใช้งานโดรนแบบอัตโนมัติ จึงสามารถสำรวจไซต์งานพร้อมการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการตรวจสอบไซต์งานได้ดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับ และวิเคราะห์ข้อมูลภาพ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจงานต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
  6. Schneider Electric ได้นำเทคโนโลยี 5gมาใช้ที่โรงงาน Le Vaudreuil เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการทำงานระยะไกลของผู้เชี่ยวชาญ และนำ AGV มาใช้ในการรับส่งภาพ และข้อมูล ช่วยให้พนักงานสามารถควบคุม AGV ให้ทำงานอื่น ๆ ได้ เพิ่มเติมจากโปรแกรมที่กำหนดเอาไว้ รวมถึงสามารถพาผู้สนใจเยี่ยมชมโรงงานผ่านระบบ VDO ได้อีกด้วย
  7. DataProphet ผู้พัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต โดยนำ AI, 5g, Machine Learning, และระบบโดรนมาใช้งานร่วมกัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพชิ้นงาน พบว่าประสบความสำเร็จในการของเสียที่เกิดจากการผลิตเกินได้ดี และช่วยลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการเชื่อมชิ้นส่วนยานยนต์ได้อีกด้วย
  8.  Volocopter เป็นผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งได้นำ 5gมาใช้พัฒนาผลิตแท็กซี่แบบยานบิน โดยเทคโนโลยีเครือข่ายนี้ทำให้เกิดการพัฒนาแท็กซี่ที่บินได้แบบไร้คนขับ
  9. Ericsson ได้ทำการพัฒนาร่วมกับ AT&T, FOX Sports, Fox Innovation Lab และ Intel เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายทอดสดผลการแข่งขันกอล์ฟในปี 2018 พบว่า 5gสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วถึง 300 Mbps ซึ่งเป็นคุณภาพของภาพที่สูงกว่าความต้องการขั้นต่ำของภาพในระดับ HD เป็นอย่างมาก และคาดการณ์ว่า 5Gจะช่วยให้มูลค่าในตลาดที่เกิดในระหว่างการถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้น
  10.  Pymetrics เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการจัดหางาน ที่นำเทคโนโลยี 5gมาใช้จัดเก็บข้อมูลของผู้สมัคร มีการทำแบบทดสอบออนไลน์กับผู้สมัคร เพื่อให้ระบบ Machine Learning ได้วิเคราะห์ศึกษาทักษะของผู้สมัครแทนการตรวจสอบเรซูเม่ และสัมภาษณ์งานออนไลน์ ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในการหาพนักงานได้ถึง 25% และลดเวลาที่ต้องใช้ได้ 75% และช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานได้ตรงตามความต้องการถึง 2 เท่า
5g

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/illustrations/นิ้ว-สัมผัส-มือ-โครงสร้าง-769300/

สรุป   

จากความสำเร็จของบริษัทต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าเทคโนโลยี 5g ได้เข้ามายกระดับประสิทธิภาพงานด้านต่าง ๆ ของโลกการสื่อสาร และในอนาคตคาดว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโฉมหน้าของระบบโลจิสติกส์ไปอย่างสิ้น
เชิง โดยจะพัฒนาการทำงานของระบบ GPS ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น เกิดประโยชน์ในการติดตามระบบขนส่งตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้แบบเรียลไทม์ และครอบคลุมไปถึงพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงได้ยาก ช่วยให้สามารถวางแผน
เส้นทางต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และลดเวลาที่ใช้ และยังช่วยเช็คสถานะของสินค้าในระหว่างการเดินทางเพื่อลดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ หรือแรงกระแทกที่เกิดขึ้น นับได้ว่าเทคโนโลยี 5gนั้นคือหัวใจสำคัญของการสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดในยุคดิจิทัล ที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกในด้านต่าง ๆ แต่สร้างวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์ขึ้นใหม่ สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจคิดเป็นมูลค่ามหาศาลได้อีกด้วย         

5g

ที่มาของรูปภาพ www.pixabay.com/th/illustrations/ไอคอน-แอพพลิเค-เครือข่าย-1328421/